เฉียน

เฉียน ฟ้าบน ฟ้าล่าง พลังสร้างสรรค์

(***การแปลนี้เป็นเวอร์ชั่นชั่วคราว ซึ่งยังไม่สมบูรณ์ และยังจะมีการเพิ่มเติมเนื้อหาและถ้อยความต่อไป)

 

乾:元亨,利贞。

เฉียน : พลังสร้างสรรค์ ต้นกำเนิด บริสุทธิ์บรรลุผล

初九:潜龙勿用。

เก้าแรก : มังกรซ่อนกาย ยังไม่ถึงกาลลงมือ

九二:见龙在田,利见大人。

เก้าสอง : มังกรในนา พาญพบผู้ยิ่งใหญ่

九三:君子终日乾乾,夕惕若厉,无咎。

เก้าสาม : ศักดิ์บุรุษเฝ้าระวังการทั้งวัน แม้ยามเย็นย่ำยังระวังความประพฤติอย่างเคร่งครัด ไร้ข้อผิดพลาด

九四:或跃在渊,无咎。

เก้าสี่ : (มังกร)ถึงคราวโผจากห้วงลึก ไร้ข้อผิดพลาด

九五:飞龙在天,利见大人。

เก้าห้า : มังกรเหินหาว พาญพบผู้ยิ่งใหญ่

上九:亢龙有悔。镇

เก้าบน : มังกรผยองได้สำนึก ข่มยั้ง

用九,见群龙无首,吉。

เก้าพร้อมพรัก : เห็นฝูงมังกรไร้เศียร(ผู้นำ) มงคล

ความหมาย:

ฉักะลักษณ์แห่งฟ้าบ่งถึงพลังแรกกำเนิดหรือก็คือเมล็ดพันธุ์แห่งการกำเนิดจึงชื่อพลังสร้างสรรค์ ในฉักกะลักษณ์นี้นั้นใช้มังกรอันเป็นตัวแทนพลังหยางเป็นตัวแทนความหมาย จุดที่น่าสนใจคือเส้นที่สองหรือเก้าสองกับเส้นที่ห้าหรือเก้าห้า เส้นที่สองนั้นแทนตำแหน่งกลางของตรีลักษณ์ล่าง เส้นที่ห้านั้นครองตำแหน่งกลางของตรีลักษณ์บน หนึ่งบนหนึ่งล่าง หนึ่งก่อนหนึ่งหลัง ฉักกะลักษณ์ล่างและบนต่างก็แทนตำแหน่งของฟ้าดิน ทั้งสองเส้นนั้นมีความหมายเหมือนกันคือพาญพบผู้ยิ่งใหญ่ แต่หนึ่งอยู่บนฟ้า หนึ่งอยู่ในนา(ดิน) สองเส้นนี้จึงเป็นตัวแทนชะตาก่อนกำเนิดและหลังกำเนิด อันสอดคล้องกับหลังก่อนสวรรค์และหลังสวรรค์ในอี้จิง เส้นที่สองนั้นต่อจากเส้นแรกคือมังกรซ่อนกายดังคนผู้หนึ่งก่อนกำเนิดขึ้นยังอยู่ในครรภ์ยังไม่อยู่ในสภาพของการกระทำการใดๆ จนเมื่อกำเนิดออกมาจึงถึงพร้อมด้วยการจุติและวันเดือนปีเวลาเกิด ชะตาจึงถูกกำหนดด้วยชะตาก่อนกำเนิดขึ้นดังในดวงชะตาอันทำนายออกมาจากวิชาปาจื้อหรือโป๊ยยี่นั่นเอง พาญพบผู้ยิ่งใหญ่คือแม้นยังไม่ได้กระทำการแต่ก็ถึงพร้อมด้วยวาสนา จากนั้นเส้นที่สามและสี่บอกถึงขั้นตอนของการกระทำ เมื่อถึงพร้อมด้วยความระวังคือมีสติและพิจารณาถึงเหตุผลของการกระทำอย่างถ่องแท้ การทั้งหลายอันเปรียบเหมือนการโผออกจากห้วงลึกก็ไร้ข้อผิดพลาด จึงถึงเส้นที่ห้าอันเป็นตัวแทนของที่สุดของชะตาหลังกำเนิดจึงประสบผลคือพาญพบผู้ยิ่งใหญ่ หนึ่งคือชะตาก่อนกำเนิดสร้างมา หนึ่งคือการพยายามแสวงหาจนประสบผลดังชะตาก่อนกำเนิดกำหนดแต่ต้น หากไร้ซึ่งความพยายามและการกระทำ เส้นที่ห้าคงไม่อาจพาญพบผู้ยิ่งใหญ่ได้อยู่ดี เส้นที่ห้านั้นจึงเป็นชะตาหลังกำเนิดหรือหลังสวรรค์คือเป็นกรรมอันมาจากการกระทำ สอดคล้องกับการใช้วิชาในอี้จิงและฉักกะลักษณ์ทั้งแปดทำนายผลของเหตุอันเกิดขึ้นทั้งหลายเป็นต้น เส้นสองเป็นเส้นเลขคู่เป็นหยิน เส้นห้าเป็นเลขคี่เป็นหยาง แต่สองเส้นล้วนมีผลอันสอดคล้องกัน หนึ่งคือก่อนสวรรค์หนึ่งคือหลังสวรรค์
เส้นที่หกคือคนผู้หนึ่งเมื่อประสบผลสำเร็จอันใหญ่ยิ่ง พึงรู้จักพอ ไม่เช่นนั้นจะต้องเสียใจในภายหลังดังที่เราจะเห็นได้จากผู้ที่แสวงหาอำนาจในประวัติศาสตร์ ความโลภโมโทสันไม่รู้จักพอนั้นล้วนแต่นำภัยมาให้
ในฉักกะลักษณ์นี้จะมีความพิเศษ คือบ่งบอกถึงยามที่ลายทั้งหกเปลี่ยนผัน จากหยางเป็นหยินพร้อมพรัก แสดงนัยถึงการไร้เศียรควบคุมคือการเป็นอิสระราวกับปล่อยวางจากภาระทั้งปวงคือเมื่อกระทำการใดถึงที่สุดพึงปล่อยวางจึงเป็นมงคล