กล่าวถึงการศึกษาพื้นฐานศาสตร์วิชาความรู้โบราณพื้นฐานและวัฒนธรรมจีน หากไม่ศึกษาอี้จิงยังไม่อาจนับว่ามีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ (***หมายถึงวัฒนธรรมจีนแบบโบราณก่อนถูกทำลายล้างจนสูญสิ้นโดยการปฏิวัติวัฒนธรรม และการปกครองแบบคอมมิวนิสต์)

ปัจจุบันนั้น เมื่อพูดถึงอี้จิง แผนภาพแปดทิศ(ปากว้า) คนมักคิดถึงแต่ว่าเป็นวิชาโหราศาสตร์ทำนายทายทักไป ทั้งๆที่วิชานี้คือรากฐานอันยิ่งใหญ่หนึ่งในวัฒนธรรมจีน เป็นที่มาพื้นฐานของศาสตร์วิชาต่างๆภายใต้วัฒนธรรม แม้แต่เกาหลีที่ใช้วัฒนธรรมจีนมาแต่เดิมยังเอารูปแผนภาพแปดทิศมาเป็นสัญลักษณ์ในธงชาติ  ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญและความใกล้ชิตต่อชีวิตผู้คน แม้ขงจื้อเองยังได้เรียบเรียงตำราโจวอี้ จนเป็นหนึ่งในตำราที่ขงจื้อได้เรียบเรียงขึ้น และอี้จิงเองได้กลายเป็นสิ่งขับเคลื่อนในประวัติศาสตร์จีนมาตลอดเวลา ศาสตร์ต่างๆไม่ว่าการแพทย์ ปรัชญา คณิตศาสตร์ ศิลปะการต่อสู้ ฯลฯ ต่างก็ไม่พ้นอิงจากวิชาในอี้จิงเป็นหลักกันทั้งสิ้น และที่สำคัญที่สุด อี้เสวีย หรือศาสตร์แห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ได้มีบทบาทสำคัญต่อแนวคิดและความเชื่อของชาวจีนมาตลอดระยะเวลาหลายพันปี

เหตุที่อี้จิงสำคัญถึงเพียงนั้น เพราะอี้จิงได้บรรจุเอาแนวคิด ปรัชญา และหลักเหตุผลทางธรรมชาติตามทัศนคติของจีนทั้งมวลไว้ ว่าตามสำนวนจีนคือได้บรรจุความลับฟ้าดินทั้งหมดไว้ การใช้ความรู้ในวิชาอี้เสวียและการศึกษาตำราอี้จิงนี้จึงสามารถใช้ได้หลากหลายไม่สิ้นสุดครอบคลุมทั้งสามภพ ทั้งลิขิตฟ้า ชะตาคน และชัยภูมิดินล้วนครอบคลุมทั้งสิ้น ทั้งทำความเข้าใจชิวิต เหตุผลในโลกหล้า ปรัชญาการรู้แจ้ง เมื่ออี้จิงสามารถบอกถึงเหตุแห่งการเปลี่ยนแปลงในชีวิตคนผู้หนึ่ง จึงไม่น่าแปลกใจที่อี้จิงสามารถทำนายชะตาชีวิตหรือผลที่จะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งหลายได้

ดังนั้นที่เราควรศึกษาอี้จิง ทั้งเป็นเพราะจำเป็นในการทำความเข้าใจศาสตร์วิชาจีน ทั้งยังเป็นศาสตร์วิชาที่สามารถนำมาทำความเข้าใจเหตุและผลทั้งของฟ้า ดิน และชีวิต ยามจำเป็นยังสามารถทำนายทายทักสิ่งที่จะเกิดและผลทั้งหลายจากเหตุทั้งปวง ยังผลให้อี้จิงสามารถเป็นศาสตร์ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราได้ ดังที่ขงจื้อในวัย 70 ว่าไว้ว่า

“หากฉันมีอายุยืนยาวต่อไปอีกห้าสิบปี ฉันจะใช้เวลาที่มีศึกษาโจวอี้ และด้วยเหตุนี้ ฉันย่อมสามารถหลีกจากความผิดพลาดทั้งหลายได้”